อยากขาย!!! สมเด็จวัดระฆังหลังค้อน หลังเจียรเหลี่ยมเพชร    
 
 
 
ชื่อพระ : อยากขาย!!! สมเด็จวัดระฆังหลังค้อน หลังเจียรเหลี่ยมเพชร
ราคา : โทรถาม
สถานะ : มาใหม่
รายละเอียด :
อยากขาย!!! สมเด็จวัดระฆังหลังค้อน หลังเจียรเหลี่ยมเพชร *** ยินดีรับบัตรเครดิต VISA MASTER ทุกธนาคาร *** *** หลังเหลี่ยมเพชร หายากมากๆ *** *** เนื้อออกสัมฤทธิ์เงิน *** *** สวยคลาสสิก ผิวเดิมๆ ตะไบชัดเจน *** *** ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ นักสะสมระฆังหลังค้อนไม่ควรพลาดองค์นี้ครับ!!!! *** สวยแชมป์ องค์ครู ดูง่าย ล่าโล่ได้เลยครับ!!! *** *** รับประกันพระแท้ องค์ครู ดูง่าย สไตล์สินเจริญ *** *** มีพระน่าสะสมเชิญชมที่ "ร้านสินเจริญ186" ได้ครับ *** *** ID Line: sincharoen186 *** พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน สมัยเมื่อการซื้อขายพระเครื่องยังมีราคาที่ไม่รุนแรงเช่นทุกวันนี้ บทความจึงออกไปในแนวเผยแพร่ความรู้ เพื่อเป็นวิทยาทานมากกว่าอย่างอื่น ซึ่งพอสรุปได้ว่า พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน ได้สถาปนา (สร้าง) ขึ้น ๒ วาระ โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี เจ้าประคุณสมเด็จฯ (เจริญ) บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่เยาว์วัย ต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระสงฆ์ และได้เลื่อนสมณะศักดิ์ขึ้นตามลำดับ จนถึงเป็นพระราชาคณะ เปรียญธรรม ๗ ประโยค เชี่ยวชาญทั้งวิปัสสนาธุระ และคันถธุระ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆัง หลังจากที่ สมเด็จพระพุทธบาทปิลันทน์ (ม.จ.ทัด เสนีย์วงศ์) ได้เลื่อนสมณะศักดิ์สูงขึ้น แล้วย้ายไปครองวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์ ท่าเตียน) ประมาณ พ.ศ.๒๔๖๐ เจ้าประคุณสมเด็จฯ (เจริญ) นับเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ รูปที่ ๓ นับจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) และสมเด็จพระพุทธบาทปิลันทน์ (ม.จ.ทัด เสนีย์วงศ์) ท่านได้มีส่วนช่วยสมเด็จพระพุทธบาทปิลันทน์ ในการสร้างพระเครื่อง สมเด็จปิลันทน์ ซึ่งแน่นอนว่า ท่านย่อมได้รับการถ่ายทอดพุทธาคมจากตำราดั้งเดิมของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ในการสร้างพระเครื่องด้วย การสร้างพระเครื่องของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) ย่อมแน่นอนว่า ไม่สร้างให้เหมือน หรือล้อเลียนของอาจารย์ จะเห็นได้ว่า แม้แต่สมเด็จพระพุทธบาทปิลันทน์เองก็ไม่ยอมสร้างพระเครื่องเลียนแบบของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ผู้เป็นอาจารย์ เช่นกัน พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน ของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) นั้น ท่านได้สร้างให้แตกต่างจากของพระพุทธบาทปิลันทน์ และของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) โดยสิ้นเชิง คือ ท่านได้สร้างเป็น พระเนื้อโลหะผสม ด้วยวิธีเททองหล่อแบบโบราณ โดยมี พระอาจารย์ภา วัดระฆัง เป็นผู้ดำเนินงาน พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน ที่สร้างวาระแรก เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๒ เพื่อสมนาคุณแก่ผู้บริจาคทรัพย์ซ่อมแซมพระอุโบสถวัดระฆัง หลังเก่า พุทธลักษณะ เป็นพระพุทธรูปนั่งสมาธิ บนบัลลังก์บัว ๒ ชั้น ในซุ้มปรกโพธิ์เม็ด องค์เล็กกะทัดรัด กว้างประมาณ ๑.๕ ซม. สูงประมาณ ๒.๐ ซม. เนื้อทองผสมที่ใช้ในการหล่อนั้น มีชนวนรูปหล่อพระพุทธชินราช (จำลอง) วัดเบญจมบพิตร และชนวนรูปหล่อ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆัง ผสมอยู่เป็นจำนวนมาก กรรมวิธีการหล่อพระ ในวาระแรก พ.ศ.๒๔๖๒ เป็นการหล่อแบบเป็นเส้นยาวๆ (๑ เส้นมีพระหลายองค์เป็นแนวยาว) เมื่อนำพิมพ์พระเข้าหุ่นดินมีลักษณะเป็นแถวคล้ายๆ ไม้บรรทัด เสร็จแล้วทุบหุ่นดินออก และเคาะพระออกจากหุ่นดินโดยใช้สิ่ว หรือเครื่องมือมีคมตัดพระด้านบน และด้านล่าง ออกเป็นองค์ๆ จากการเคาะพระออกจากหุ่นดิน โดยใช้ค้อนนี้เอง จึงเป็นที่มาของคำว่า หลังค้อน หรืออาจเป็นเพราะว่า มีพระส่วนหนึ่งซึ่งด้านหลังองค์พระมีรอยบุบยุบลงไป เหมือนโดนค้อนทุบก็เป็นได้ และพระส่วนใหญ่ด้านหลังจะเรียบ ไม่มีอักขระเลขยันต์ใดๆ พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน ที่สร้างวาระแรก พ.ศ.๒๔๖๒ มีข้อสังเกต คือ องค์พระจะมีรอยตัดด้านบนและด้านล่าง หรือที่เซียนพระทั้งหลายเรียกกันติดปากว่า ตัดหัวตัดท้าย ด้านข้าง ขององค์พระทั้ง ๒ ด้าน ส่วนใหญ่จะไม่มีร่องรอยการตกแต่งด้วยตะไบ เพราะขณะเททองหล่อพระ ขอบข้างชนกับรางโลหะ จะราบเรียบไปเอง แต่ก็มีบ้าง ที่มีการตกแต่งด้วยตะไบ เพื่อความเรียบร้อย หรือเพื่อให้สวยงาม ซึ่งจะมีร่องรอยเดิมให้เห็นบ้างในบางองค์ และพระส่วนใหญ่จะมีความหนามากกว่าการสร้างในวาระที่ ๒ พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน ที่สร้างในวาระที่ ๒ ประมาณ พ.ศ.๒๔๘๒-๒๔๘๓ เนื่องจากสภาวะการเมืองโลกในขณะนั้น ส่อเค้าว่า จะเกิดสงคราม และประเทศไทยก็ตกอยู่ในสภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องเข้าร่วมรบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ช่วงเวลานั้น วัดต่างๆ ในเมืองไทย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณ จะสร้างพระเครื่องขึ้นเพื่อแจกจ่ายแก่ทหาร-ตำรวจ ที่จะต้องออกไปรบ และส่วนหนึ่งเพื่อแจกเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน วัดระฆังโฆสิตาราม ก็เช่นกัน ได้ดำเนินการจัดสร้าง พระวัดระฆังหลังค้อน ขึ้นอีกวาระหนึ่ง แต่กรรมวิธีการหล่อนั้น แตกต่างไปจากการสร้างวาระแรก คือ เป็นการเทหล่อโบราณแบบพระแผง (อยุธยา) พอเทเสร็จแล้วจะทุบหุ่นดินออก ตัดเอาองค์พระออกจากพระแผง แล้วนำพระไปตกแต่งขอบ หรือส่วนที่เป็นเนื้อเกินออกไปให้เรียบร้อย กล่าวโดยสรุป พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน ที่สร้างในวาระที่ ๒ นั้น จะมีช่อชนวน และมีร่องรอยการตกแต่งขอบรอบองค์พระทุกด้าน เพื่อความเรียบร้อย ขณะเดียวกัน ความหนาขององค์พระ ส่วนใหญ่จะหนาน้อยกว่าองค์พระที่สร้างในวาระแรก พุทธคุณ ของพระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน มีมากมาย เพราะเป็นพระที่มีอายุการสร้างมายาวนาน โดยเฉพาะพระที่สร้างในวาระแรก ถ้านับถึงปีนี้ (พ.ศ.๒๕๕๓) อายุความเก่าของพระ ประมาณ ๙๐ ปีขึ้นไปแล้ว ประสบการณ์ที่เด่นมาก คือ คงกระพันชาตรี และแคล้วคลาดจากภัยพิบัติทั้งปวง เรื่องคงกระพันชาตรีนั้น สมัยก่อนถึงกับมีคำกล่าวกันว่า “ลงน้ำปลิงไม่เกาะ” ย่อมรับประกันได้ว่า เหนียวจริงๆ พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน นับเป็นพระเครื่ององค์เล็กที่น่าสะสม และน่าแขวนใช้ติดตัวเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลว่า ๑. เป็นพระของดีราคายังพอหาได้ (วันหน้าไม่แน่ อาจแพงขึ้น) ๒. มีพระหมุนเวียนในตลาดพระ หรือสนามพระ อย่างสม่ำเสมอ ๓. มีอายุการสร้างยาวนานถึง ๙๐ ปี สำหรับพระที่สร้างในวาระแรก และ ๗๐ ปี สำหรับพระที่สร้างในวาระที่ ๒ ยุคเดียวกับ พระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า, หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง บางขุนเทียน, หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง ฯลฯ ซึ่งพระเครื่องของหลวงพ่อแต่ละท่านในยุคดังกล่าว ราคาซื้อขายในทุกวันนี้ หลายหมื่นบาท ขึ้นไปจนถึงหลักแสนหลักล้านกันแล้ว ๔. มีประสบการณ์เลื่องลือกันมาก ตั้งแต่อดีต จนถึงทุกวันนี้ แถมองค์พระยังมีขนาดเล็กกะทัดรัด น่ารัก เลี่ยมทองหรือทำตลับทองใส่ก็ไม่เปลืองเงินมากนัก เป็นที่น่าเสียดาย ที่การสร้าง พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน ทั้ง ๒ วาระ ไม่มีการบันทึกข้อมูลต่างๆ เอาไว้เลย จึงเป็นเหตุให้นักสะสมสับสน แยกแยะไม่ออก และมองข้ามไป พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน จึงยังเป็น ของดีราคาถูก อยู่จนถึงทุกวันนี้ *** มีพระน่าสะสมเชิญชมที่ "ร้านสินเจริญ186" ได้ครับ *** *** ID Line: sincharoen186 ***
ชื่อร้าน : สินเจริญ186
เบอร์โทรศัพท์ : 0819881186
เมื่อวันที่ : 2017-04-20 12:22:45
จำนวนการเข้าดู : 126 ครั้ง
ผู้เข้าชมขณะนี้ : 1 คน