ผ้ายันต์สิหิงค์หลวง ครูบาคันธา วัดทาขุมเงิน ลำพูน เขียนมือ ล    
 
 
 
ชื่อพระ : ผ้ายันต์สิหิงค์หลวง ครูบาคันธา วัดทาขุมเงิน ลำพูน เขียนมือ ล
ราคา : โชว์พระ
สถานะ : โชว์พระ
รายละเอียด :
ขอโชว์ ครับ สอบถามข้อมูล โอ 0829464598 ผ้ายันต์สิหิงค์หลวง ครูบาคันธา คนฺธาโร วัดทาขุมเงิน (มรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๔) จากการสัมภาษณ์พระอธิการกิตติ กิตติโสภโณ เจ้าอาวาสวัด ท่านเล่าว่า ผ้ายันต์สิหิงค์หลวงของครูบาคันธา พบหลายผืน ส่วนมากจะอยู่ในเขตอำเภอบ้านโฮ่ง ลำพูน เล่ากันว่าท่านสร้างขึ้นตอนสงครามโลกครั้งที่ ๒ เพื่อแจกจ่ายไว้คุ้มเหย้าเฝ้าเรือน มีพ่อหนานสล่าช่างแต้มร่วมกันสร้าง บางท่านวาดรูป บางท่านลงสี ส่วนตัวครูบางลงอักขระสำคัญ ลักษณะคล้ายกันทั้งจำนวนวงกลมและสี มีแผกกันอยู่บ้างบางผืน ฤทธีเด่นที่แคล้วคลาดจากอันตราย ชาวบ้านว่า ฝนตกน้ำนองลมหลวง ชาวบ้านจำนำผ้ายันต์มาขึงเพื่อดับทุกข์ร้อนเข็ญ อารธนาคุณวิเศษแก้วิกฤตนานา ครั้นเมื่อต้องเดินทางค้างแรมในป่าก็ให้ขึงเป็นฝ้าเพดาน ภัยร้ายจะไม่มาใกล้ ผืนสำคัญที่ ครูบาคันธาใช้ท่านจะทบทับซ้อนสอดในผ้าสังฆาฏิ มีเรื่องเล่าประกอบ ดังนี้ ครั้งหนึ่ง เมื่อถึงตอนหน้ากฐิน ชาวบ้านทาขุมเงินจะถวายกฐินแบบ “หลอนทอน” คือ ถวายผ้ากฐินตอนค่ำ โดยทางวัดและเจ้าอาวาสไม่ทราบเรื่องมาก่อน ชาวบ้านจะยิงปืนเกิดเสียงดังให้พระภิกษุตกใจ ยิ่งตกใจมาเท่าใดก็จะยิ่งได้บุญมากเท่านั้น พอจะถวายฯ ปืนหลายกระบอกยิงไม่ออกเชื่อกันว่า ผ้ายันต์ผืนดังกล่าวของครูบามีฤทธีทางมหาอุดอีกด้วย บทความจากหนังสือ คงเข้มข่ามขลังเครื่องรางล้านนา ท่าน อ.วิลักษณ์ศรีป่าซาง ครับผม ชาตกาล  ครูบาเจ้าคันธา  คนฺธาโร  มีนามเดิมว่า  คันธา(ยุน)  นามสกุล  จินดาหลวง  เกิดเมื่อวันจันทร์  ที่ ๑๐  เดือนพฤษภาคม  พุทธศักราช  ๒๔๑๓  บิดาท่านไม่ทราบชื่อเพราะท่านเสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเล็ก ส่วนมารดาท่านชื่อแม่หลวงปิง จินดาหลวง (นามสกุลเดิมวงศ์ปวน) ณ บ้านขุมเงิน ท่านมีพี่น้องทั้งหมด  ๓  คน  คือ ๑.        ครูบาเจ้าคันธา  คนฺธาโร  เจ้าของประวัติ ๒.        พ่อปั๋น  จินดาหลวง  ย้ายไปมีครอบครัวอยู่ที่บ้านป่าซาง  จังหวัดเชียงราย ๓.        พ่อถา  จินดาหลวง  มีครอบครัวอยู่ที่บ้านห้วยสร้อย  ตำบลเหล่ายาว  อำเภอบ้านโฮ่ง  จังหวัดลำพูน           ครอบครัวท่านนั้นมีอาชีพเกษตรกรรมทำนาทำสวนมีฐานะไม่ค่อยดีนัก และหลังจากที่ท่านถือกำเนิดได้เพียงไม่นานบิดาท่านก็ได้เสียชีวิตลง ยิ่งสร้างความลำบากให้กับครอบครัวของท่านเป็นอย่างมากทำให้ภาระการหาเลี้ยงครอบครัวและเลี้ยงลูกน้อยทั้งสามคนตกอยู่กับผู้เป็นแม่เพียงคนเดียว นับเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักมากสำหรับผู้หญิงในสมัยนั้น แม่ปิงจึงตัดสินใจพาลูกน้อยย้ายไปอยู่กับน้อง       (ไม่ทราบชื่อ) ที่บ้านห้วยสร้อย  ตำบลเหล่ายาว  อำเภอบ้านโฮ่ง  จังหวัดลำพูน   ชีวิตในวัยเด็กของท่านนั้นต่างจากเด็กโดยทั่วไป คือต้องช่วยแม่ทำงานทุกอย่าง ทั้งทำงานทั้งเลี้ยงน้อง ตามภาระที่ลูกชายคนโตควรรับผิดชอบ พอท่านเจริญวัยขึ้นกอปรกับมีความเลื่อมใสศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา และอยากเรียนหนังสือ ในสมัยนั้นคนที่จะได้เรียนหนังสือก็ต้องเข้าไปบวชเรียนเท่านั้นถึงจะได้เรียน  ท่านจึงตัดสินใจกราบลาแม่เพื่อเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัตร์ บรรพชาเป็นสามเณรศึกษาเล่าเรียนพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ครั้นอายุครบกาลอุปสมบทท่านก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุศึกษาพระธรรมวินัย  ท่านศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม  ไม่ว่าจะเป็นอักษรธรรมล้านนา      คัมภีร์ธรรมทางพุทธศาสนาตลอดจนศาสตร์แขนงต่าง ๆ จนนับได้ว่าท่านเป็นผู้มีความรู้แตกฉานในเรื่องต่างๆ เป็นอย่างดี หลังจากที่ท่านได้อุปสมบทได้เพียงไม่นานท่านก็ได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดขุมเงิน ซึ่งในสมัยนั้นมีพระโหลงเป็นเจ้าอาวาส ครั้นวันเวลาผ่านไปได้เพียงไม่นานพระโหลงก็ได้ถึงแก่มรณภาพลง  ทางคณะศรัทธาจึงพร้อมใจกันนิมนต์พระคันธาขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดขุมเงินรูปต่อไป พอท่านได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสได้ไม่นานนัก ท่านก็ได้ทำนุบำรุงพุทธศาสนาและพัฒนาวัดวาอารามจนเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นอันมาก  โดยท่านได้สร้างกุฏีโฮงขึ้นมาใหม่หลังหนึ่ง  เป็นกุฏิกับหอธรรมในที่เดียวกัน  คือ    ตรงกลางเป็นหอธรรมและโดยรอยเป็นกุฏิที่พักของพระสงฆ์สามเณร บูรณะพระวิหารหลวงที่สร้างมาแต่เมื่อครั้งสมัยของพระปวนให้มีความมั่นคงถาวรสวยงามมากยิ่งขึ้น  สร้างกำแพงที่จากเดิมเป็นเพียงรั้วไม้มาเป็นกำแพงก่ออิฐถือปูนโดยรอบเขตพุทธาวาส  และยังได้สร้างศาลาบาตรติดกับกำแพงทางทิศเหนือและทิศตะวันตกของพระวิหารหลวงอีกด้วย  สร้างพระเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุของพระครูบายางแดง  และในสมัยนี้ท่านยังได้นำศรัทธาสาธุชนไปอาราธนาพระพุทธรูปจอมธรรม ที่อยู่ในถ้ำจอมธรรมมาประดิษฐานไว้ที่วัดขุมเงินอีกด้วย  วันเวลาผ่านไปวัดวาอารามก็เพียบพร้อมด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ เป็นที่แล้ว  ท่านจึงได้เก็บเงินเพื่อซื้อที่ทางเรือกสวนไร่นาตลอดจนสร้างบ้านให้กับโยมแม่  เมื่อทุกอย่างเพียบพร้อมเป็นที่เรียบร้อยท่านจึงไปพาโยมแม่และหลานอีก  ๒  คนคือ  พ่อทุนกับแม่ผัน  กลับมาอยู่บ้านขุมเงินตามเดิม ( บริเวณบ้านโยมแม่ท่าน ปัจจุบันคือบริเวณบ้านอาจารย์สุพรรณ  งามเลิศ )  ครั้นเวลาผ่านไปได้ไม่นานท่านครูบาก็ยังได้ไปพาเอาหลานมาอีก  ๒  คน คือพ่อใจกับแม่เที่ยง  เพื่อมาช่วยกันดูแลโยมแม่ที่นับวันอายุก็ยิ่งมากขึ้น ครูบาเจ้าคันธา คนฺธาโร ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้แตกฉานในทั้งทางโลกและทางธรรม ท่านมีความรู้ทางอักขระภาษาล้านนาเป็นอย่างดีจนสามารถถ่ายทอดให้กับผู้อื่นได้  อีกทั้งคาถาอาคม  ยันต์  ตะกรุด  เครื่องรางต่างๆ การทำนายทายทัก  ตลอดถึงยาสมุนไพร   ตำรายาพื้นเมือง  การทำร่ม  ทำดินไฟ  โดยเฉพาะยานวดหรือน้ำมันนวด  นอกจากนั้นท่านยังมีความสามารถในการกรีดยางรัก  เพื่อนำมาลงรักตามอาคารเสนาสนะต่างๆ ในบริเวณวัดรวมทั้งการโรยตัวลงจากหน้าผาเพื่อเก็บมูลค้างคาว  ขี้นก  ลงถ้ำ  ปีนหน้าผา  เดินป่า  ถือว่าท่านมีความชำนาญเป็นอย่างมาก  และเนื่องจากท่านมีความรู้ความสามารถทั้งทางโลกและทางธรรม ตลอดจนมีอายุพรรษามากจนถือว่าท่านมีอายุพรรษากาลมากที่สุดในเมืองลำพูนยุคนั้น  ตลอดจนท่านมีข้อวัดปฏิบัติที่น่าเลื่อมใสของท่าน  จึงทำให้ได้รับการยกย่องให้เป็น  พระครูบา  ในที่สุด พระครูบาเจ้าท่านยังเป็นสัทธิวิหาริกกับท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย  สิริวิชโย  แห่งวัดบ้านปาง  และที่สนิทสนมเป็นอย่างยิ่งก็คือครูบาเจ้าพรหมา พรฺมจกฺโก แห่งวัดพระพุทธบาทตากผ้า โดยครูเจ้าบาพรหมามักจะเดินทางมาสนทนาธรรมกับท่านครูบาเจ้าคันธาเป็นประจำ จนถึงขั้นที่ครูบาเจ้าพรหมาเอ่ยปากชวนท่านครูบาเจ้าคันธาไปอยู่ที่วัดพระพุทธบาทตากผ้าด้วยกัน แต่ท่านครูบาเจ้าก็ได้ปฏิเสธไป ถึงกระนั้นครั้นถึงกาลแห่งพิธีสระสะรงสรงน้ำ      รอยพระพุทธบาท  พระครูบาเจ้าคันธาก็มักจะเดินทางไปนอนค้างแรมอยู่ที่วัดพระนอน  ครั้นรุ่งสางจึงเดินทางไปยังวัดพระพุทธบาทตากผ้า  เพื่อนั่งหนักให้ศีลให้พรแก่ศรัทธาญาติโยมอยู่เป็นประจำทุกปี  เหตุผลที่ท่านนอนค้างที่วัดพระนอนนั้นท่านได้บอกไว้ว่า  ที่วัดพระพุทธบาทตากผ้านั้นเป็นที่ไว้รอยเท้าแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นที่ศักดิ์สิทธิยิ่ง  แต่ที่วัดพระนอนนั้นเป็นที่ที่พระอานนท์มานอนรอเพื่อให้น้ำในแม่น้ำทาใสสะอาด เพื่อจะได้ตักไปถวายแด่พระพุทธเจ้า  ท่านจึงเลือกนอนที่วัดพระนอนด้วยเหตุดังนี้แล                                                  พระครูบาเจ้านอกจากท่านจะพัฒนาวัดวาอารามให้เจริญรุ่งเรืองสวยงามแล้ว ท่านยังได้ร่วมสร้างถาวรวัตถุอีกมากมายหลายแห่ง  ที่ปรากฏเห็นได้ชัดก็คือ  ร่วมสร้างพระวิหารจัตุรมุขครอบรอยพระพุทธบาท  วัดพระพุทธบาทตากผ้า  ดังปรากฏชื่อติดอยู่ที่ซุ้มประตูด้านทิศใต้  บูรณะพระนอนรวมทั้งวิหารพระนอนบนดอยกุญชร อังปรากฏมีจารึกชื่ออยู่ที่รั้วด้านปลายพระบาทของพระนอนนั้น  และยังมีอีกมากมายที่ไม่ได้บันทึกและจารึกไว้ นับว่าท่านครูบาเจ้าท่านเป็นผู้ที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองเป็นอย่างมากทีเดียว
ชื่อร้าน : วัดหลวง
เบอร์โทรศัพท์ : โอ 082-946-4598, เก๋ 084-125-3356
เมื่อวันที่ : 2017-02-23 13:03:22
จำนวนการเข้าดู : 451 ครั้ง
ผู้เข้าชมขณะนี้ : 2 คน